สถานกงสุลใหญ่ฯ ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชขยายผลการนำแนวปฏิบัติที่ดีของญี่ปุ่นด้านสังคมผู้สูงอายุไปปรับใช้ในไทย
วันที่นำเข้าข้อมูล 24 ส.ค. 2569
วันที่ปรับปรุงข้อมูล 24 ส.ค. 2569
เมื่อวันที่ 17-19 สิงหาคม 2569 นายโกศล สถิตธรรมจิตร กงสุลใหญ่ ณ เมืองฟูกูโกะ ได้ร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ดำเนินโครงการขยายผลการเรียนรู้ Fukuoka 100/พิจิตร 100 แนวปฏิบัติที่ดีด้านการสร้างระบบนิเวศเพื่อผู้สูงอายุ ณ จังหวัดเชียงราย
โครงการขยายผลฯ เป็นเฟสที่ 3 ของโครงการเรียนรู้แนวปฏิบัติที่ดีของญี่ปุ่นด้านการเสริมสร้างระบบนิเวศเพื่อผู้สูงอายุ ที่สถานกงสุลใหญ่ฯ ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2567 โดยเฟสที่ 1 สถานกงสุลใหญ่ฯ ได้เชิญ The Cloud และ มนุษย์ต่างวัย สื่อไทยที่มีบทบาทนำในการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาสังคม มาผลิตสารคดีเกี่ยวกับ Fukuoka 100 แนวนโยบายว่าด้วยการเสริมสร้างระบบนิเวศเพื่อผู้สูงอายุของเมืองฟูกูโอกะ เฟสที่ 2 ซึ่งมีขึ้นเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา สถานกงสุลใหญ่ฯ ได้เชิญ ดร. Takeo Ogawa ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อน Fukuoka 100 ไปลงพื้นที่ที่จังหวัดพิจิตร เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการสร้างระบบนิเวศเพื่อผู้สูงอายุแบบเมืองฟูกูโอกะ และตั้งแต่เฟสที่ 3 เป็นต้นไป คณะแพทยศาสตร์ศิริราชจะเป็นผู้ขับเคลื่อนหลักต่อไป โดยศิริราชได้นำแนวคิดฟูกูโอกะ 100 ไปพิจารณาผนวกในการดำเนินงานวิจัยเชิงพื้นที่ของตนเองภายใต้ชื่อโครงการ “ยัง (young) อยู่ดี” ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อแก้ไขปัญหาการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุและการลดภาวะเปราะบางเมื่อสูงอายุ
ในโครงการขยายผลครั้งนี้ กงสุลใหญ่ฯ ได้รับเชิญให้เป็นวิทยากรเพื่อบรรยายเกี่ยวกับหลักการและโครงการสำคัญของ Fukuoka 100 พร้อมให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับการนำไปปรับใช้ในประเทศไทยหลังจากที่ได้ดำเนินการมาแล้ว 2 โครงการ โดยเฉพาะการนำไปปรับใช้ที่จังหวัดพิจิตร
"Fukuoka 100 มีกุญแจ 7+1 ดอกที่ทำให้โครงการประสบความสำเร็จ ซึ่งภาคส่วนที่เกี่ยวข้องของไทยสามารถนำมาไขเป็น checklist ในการออกแบบนโยบายสาธารณะด้านสาธารณสุขเพื่อผู้สูงอายุได้ ได้แก่ สร้างเมืองที่ทุกคนมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพตนเอง ก้าวข้ามข้อจำกัดของระบบราชการ นำดิจิทัลมาช่วยขับเคลื่อน สร้างความสนุกในการดูแลสุขภาพ สร้างเมืองที่คนทุกเพศทุกวัยมีส่วนร่วมในบทบาทที่แตกต่างกัน ส่งเสริมสตาร์ทอัพด้านการดูแลผู้สูงอายุ และเป็นเมืองที่เป็นสากล ส่วนกุญแจ +1 มาสเตอร์คีย์ก็คือ ให้เก็บสถิติและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง ทั้งก่อน ระหว่างและหลังการทำโครงการ” กงสุลใหญ่ฯ กล่าว
ในส่วนข้อสังเกตที่ได้จากการนำ Fukuoka 100 ไปปรับใช้ที่จังหวัดพิจิตร (ในชื่อ “พิจิตร 100”) กงสุลใหญ่ฯ ได้ให้ข้อคิดเห็นบนเวทีการสัมมนา ไว้ 5 ประการ ได้แก่ หนึ่ง ไทยมีของดีหลายอย่างอยู่แล้ว ขอให้จัดให้เป็นระบบ เช่น กลไก “บวร - บ้าน วัด โรงเรียน” สอง การมีบทบาทนำ ไม่จำเป็นต้องรอภาครัฐเสมอไปภาคเอกชน ภาคการศึกษาหรือแม้แต่ภาคประชาชนก็สามารถนำได้ สาม การลงทุนในเรื่องคนและการวางระบบบริหารจัดการ (ด้าน software) มีความสำคัญมากกว่าการลงทุนสร้างอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างต่างๆ (ด้าน hardware) สี่ ภาครัฐควรมีกรอบกฎหมายที่จำเป็นเพื่อให้เกิดสภาพบังคับในวงกว้าง และ ห้า การจะทำให้โครงการที่เกี่ยวกับผู้สูงอายุยั่งยืน ต้องเปลี่ยนจากการขับเคลื่อนด้วยการบริจาคหรือสังคมสงเคราะห์ เป็นเชิงพาณิชย์ เพื่อให้โครงการมีรายได้และอยู่ได้ด้วยตัวเอง
ในโอกาสเดียวกันนี้ จังหวัดเชียงรายได้จัดให้กงสุลใหญ่ฯ และคณะจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชลงพื้นที่ศึกษาการจัดบริการสาธารณะให้ผู้สูงอายุที่เทศบาลตำบลหัวง้ม ม่วงคำ และสันทราย
ในขั้นต่อไป คณะแพทยศาสตร์ศิริราชจะหารือเชิงลึกกับจังหวัดเชียงราย เพื่อร่วมกันวางแผนและลงนามใน MOU ผลักดันโครงการในช่วงต่อไป
รูปภาพประกอบ
รูปภาพประกอบRoyal Thai Consulate-General, Fukuoka
วันจันทร์ - วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการ)
เวลาให้บริการ 9.30 - 11.30 น. และ 13.30 - 15.00 น.
เวลาทำการ 9.00 - 12.00 น. และ 13.30 - 17.30 น.
ช่องทางการติดต่อ
◦ ฝ่ายกงสุล
โทร : 092-739-9090 (15.30 - 17.30 น.)
งานหนังสือเดินทาง บัตรประชาชน นิติกรณ์เอกสาร การคุ้มครองดูแลคนไทย และอื่น ๆ
Email : [email protected]
◦ สำนักงาน
โทร : 092-739-9088
แฟกซ์ : 092-739-9089
Email : [email protected]
>> กรณีฉุกเฉิน ติดต่อ 090-2585-3027 (สำหรับคนไทยขอความช่วยเหลือกรณีฉุกเฉินเท่านั้น) <<